แบบฝึกเขียนภาษาอังกฤษ

เรียบเรียงโดย : ซอมเบิ่ง

หลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนปัจจุบันนี้ ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากในการดำรงชีวิตในสังคมโลกปัจจุบัน ผู้เขียนจำได้ว่าสมัยเรียนระดับประถมศึกษา จะได้เรียนภาษาอังกฤษเมื่อเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6

แต่ปัจจุบันนี้เด็กๆ ต้องเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับอนุบาล ทำให้เด็กๆ สามารถท่องอักษรภาษาอังกฤษ a-z และรู้ความหมายคำศัพท์ต่างๆ พอสมควร

ผู้เขียนได้มีประสบการณ์ในการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมต้น ปัญหาหนึ่งที่พบในการสอนภาษาอังกฤษระดับชั้นประถมต้น คือนักเรียนจำนวนมากท่องตัวอักษรภาษาอังกฤษ a-z ได้

แต่จำตัวอักษร a-z ไม่ได้ และสับสนระหว่างพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ แต่ก็สามารถเขียนตามได้ โดยใช้ทักษะการวาดรูปเหมือน ซึ่งไม่ได้ช่วยส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ

การจำตัวอักษรได้จะส่งผลดีต่อการฝึกสะกดคำ การฝึกอ่านคำในภาษาอังกฤษและนำไปสู่การเขียนคำได้ถูกต้อง อ่านถูกต้อง พูดถูกต้องและเข้าใจความหมายได้ถูกต้อง

กระบวนการการเรียนรู้ภาษาเริ่มจาก 1) การฟัง 2) การพูด 3) การเขียนและการอ่าน กระบวนการนี้เราสังเกตได้จากพัฒนาการทางภาษาของเด็ก เริ่มจากการฟังเสียงที่พ่อแม่ หรือผู้เลี้ยงดูพูด การเลียนเสียงพูด ถ้าฟังได้พูดได้เข้าใจความหมาย หลังจากนั้นจึงมาเรียนเรื่องการเขียนและการอ่าน ตัวอักษร คำ และประโยค

การสอนภาษาอังกฤษก็เช่นกัน จำเป็นจะต้องใช้กระบวนการดังกล่าว คือ การฟัง การพูด แล้วจึงมาเรียนเรื่องการเขียนและการอ่าน การฟังการพูดที่เข้าใจความหมายแล้วจะเป็นแรงหนุนให้มีความพยายามในการเขียนและการอ่าน การฟังและการพูดที่เข้าใจความหมายจะช่วยให้การเรียนการเขียนและการอ่านประสบความสำเร็จ

บทความนี้ผู้เขียนอยากแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองในการสอนนักเรียนเขียนภาษาอังกฤษ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย

1. เริ่มฝึกเขียนเมื่อกล้ามเนื้อมือพร้อม

การเขียนนั้นต้องใช้มือในการจับดินสอ ซึ่งหากเด็กได้เข้าเรียนในระดับอนุบาลก็จะมีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อฝึกกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง ให้มีความพร้อม และมีการฝึกขีดเส้นลักษณะต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเขียนตัวอักษรหรือตัวเลข

2. ฝึกเขียนตามรอยปะหรือตามตัวอย่าง

การเขียนตามรอยปะจะช่วยให้เด็กมีทิศทาง คือเด็กจะตามรอยปะ แต่การเขียนตามรอยปะก็ส่งผลเสียคือ หากเด็กไม่ได้ถูกสอนอย่างถูกวิธีว่าตัวพยัญชนะหรือสระแต่ละตัวต้องเริ่มต้นที่ไหน เขียนม้วนเดียวจบหรือต้องมีการยกดินสอหรือไม่ หากเขียนผิดก็จะติดเป็นนิสัยและจะแก้ยาก

การเขียนตามรอยปะอาจจะเหมาะสำหรับการสอนกลุ่มใหญ่ หากเป็นการสอนตัวต่อตัวการสอนโดยการเขียนตัวอย่างให้ดู และให้ผู้เรียนฝึกเขียนตามตัวอย่างก็เป็นสิ่งที่ทำได้ (สมัยผู้เขียนเรียนรู้การเขียนก็ไม่มีการเขียนตามรอยปะ จะมีเพียงแต่การเขียนตามตัวอย่าง)

เมื่อเขียนตามรอยปะหรือการเขียนตามตัวอย่างได้อย่างถูกต้อง และรู้รูปร่างของพยัญชนะหรือสระแล้วจึงฝึกเขียนโดยไม่มีรอยปะและไม่มีตัวอย่าง

ตัวอย่างแบบฝึกที่ใช้หลักการเดียวกันกับบทความ

3. ปริมาณในการเขียน

ในการเริ่มต้นการฝึกเขียน ควรให้ความสำคัญกับความถูกต้อง สวยงาม ให้ผู้เรียนได้รู้จักวิธีการเขียนที่ถูกต้อง และตัวหนังสือที่สวยงาม ไม่ควรให้เขียนในปริมาณที่มาก ๆ ทำให้ล้าและไม่มีความสุขในการเรียน

ผู้สอนควรกำหนดปริมาณที่ไม่มาก แต่สามารถใส่ความท้าทายให้กับผู้เรียนมีความอยากที่จะฝึกเขียนให้มากขึ้นด้วยความเต็มใจและมีสุข ผู้สอนอาจให้ใช้รางวัล หรือกล่าวคำชมเชย การแสดงความภาคภูมิใจในตัวผู้เรียน เป็นต้น

ตัวอย่างแบบฝึกที่ใช้หลักการเดียวกันกับบทความ

4. รู้สิ่งที่เขียน

สิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการเขียนคือ การบอกให้ผู้เรียนรู้ว่าเขากำลังเขียนพยัญชนะหรือสระอะไร  ผู้สอนต้องไม่ลืมว่า การเขียนไม่ใช่การวาด เขียนได้ต้องรู้ด้วย หากเขียนเป็นรูปร่างได้แต่ไม่รู้จักสิ่งที่เขียนก็ไม่มีประโยชน์อะไร ในขั้นตอนการเรียนรู้การเขียนจึงต้องมีการอ่านควบคู่ไปด้วย ผู้เรียนสามารถเรียนการอ่านโดยไม่ต้องเขียนก็ได้ แต่จะเรียนการเขียนโดยไม่อ่านไม่ได้

ตัวอย่างแบบฝึกที่ใช้หลักการเดียวกันกับบทความ

5. การเขียนเป็นคำ

จากข้อ 1-4 ที่กล่าวมานั้น เป็นการวางพื้นฐานการเขียน คือการเขียนพยัญชนะ สระ เครื่องหมาย และตัวเลข เมื่อผู้เรียนมีความรู้เหล่านั้นเป็นพื้นฐานแล้ว จึงมาเริ่มฝึกการเขียนเป็นคำ และการฝึกอ่าน (ฝึกแจกลูก ฝึกสะกด ฝึกอ่านคำ) การเขียนเป็นคำอาจใช้รูปภาพที่มีความหมายตรงกับคำมาช่วย เพื่อไม่ให้ผู้เรียนเครียดและท้อ และยังช่วยให้ผู้เรียนมีพัฒนาการในการอ่านที่ดี จำคำได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างแบบฝึกที่ใช้หลักการเดียวกันกับบทความ

6. การเขียนเป็นประโยค

เมื่อผู้เรียนสามารถเขียนคำได้ ก็จะนำคำต่างๆ มาผสมกันเป็นประโยค ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับผู้เรียน และเช่นกันเมื่อพาผู้เรียนมาถึงจุดนี้ครูผู้สอนก็คงตื่นเต้นไม่แพ้กัน ในขั้นตอนการเขียนเป็นประโยคนี้สิ่งที่ครูสอนควรระวังคือการไม่คาดหวังความสมบูรณ์แบบมากเกินไป

ครูผู้สอนควรให้ความสำคัญกับความหมายที่ผู้เรียนต้องการสื่อ เพราะนี่เป็นก้าวแรกของการเขียนเป็นประโยค ซึ่งต้องมีการฝึกฝนบ่อย ๆ และอาศัยทักษะทางการฟังการพูดมาช่วยจึงจะเขียนประโยคได้ถูกต้องสมบูรณ์

อย่างไรก็ตามครูผู้สอนสามารถช่วยให้ผู้เรียนเขียนประโยคได้ถูกต้องตามโครงสร้างทางภาษาได้ โดยการกำหนดตัวอย่างประโยค และให้ผู้เรียนเขียนประโยคใหม่ โดยการเปลี่ยนคำศัพท์บางคำ ซึ่งยังคงใช้โครงสร้างจากประโยคตัวอย่างที่กำหนดให้

7. การเขียนเล่าเรื่อง

การเขียนเล่าเรื่อง อาจเป็นการเขียนเล่าประสบการณ์ หรือการเขียนแสดงทัศนคติ การเขียนตอบคำถาม หรือการเขียนแต่งเรื่องตามจินตนาการ เหล่านี้ถือเป็นทักษะการเขียนขั้นสูง

ซึ่งต้องผู้เขียนต้องมีข้อมูลหรือความรู้ ในเรื่องที่จะเขียน แน่นอนการมีความรู้สาขาวิชาต่าง ๆ การมีทักษะ มีประสบการณ์ในการใช้ชีวิต ก็เป็นส่วนเสริม ทำให้การเขียนง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะทำให้เขียนได้ดีคือการฝึกฝน

กลับมาที่เป้าหมายของบทความนี้ ในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ทั้งที่บ้านหรือที่โรงเรียน การเขียนและการอ่านมีความสำคัญมาก เชื่อว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

พร้อมบทความนี้ผู้เขียนได้ แนบแบบฝึกเขียนภาษาอังกฤษที่ผู้เขียนเตรียมไว้สอนเด็ก ๆ มาด้วย แฟนเพจ “ฅนฮู่ดอทคอม” สามารถดาวโหลดได้ฟรี

คำอธิบายและการนำแบบฝึกเขียนนี้ไปใช้

  1. แบบฝึกเขียนนี้มีทั้งที่เป็น pdf และ word จำนวน 30 หน้า รวมปก (ใช้ขนาด A5 เพราะต้องการให้ผู้เรียนฝึกความถูกต้องสวยงามก่อน) จะทำเป็นเล่มหรือปริ้นท์เป็นใบงานก็ได้
  2. แบบฝึกเขียนนี้ เริ่มจาก a-z โดยเลือกคำศัพท์ง่าย ๆ ที่ขึ้นต้นด้วยอักษรตัวนั้น และมีทั้งที่ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่และพิมพ์เล็ก
  3. ในแบบฝึกเขียนนี้มีรูปภาพสามารถให้เด็ก ๆ ฝึกระบายสีและฝึกการทักษะการฟัง การพูดได้โดยใช้คำศัพท์ที่ตรงกับรูปภาพในแต่ละหน้า
  4. หากผู้เรียนยังไม่มีพื้นฐานการเขียน ควรสอนการเขียนพิมพ์ใหญ่ เมื่อคล่องแล้วจึงสอนการเขียนพิมพ์เล็ก หรือจะสอนควบคู่กันไปก็ได้แต่อย่าลืมบอกให้ผู้เรียนรู้ว่ากำลังฝึกเขียนตัวอะไร
  5. หากผู้เรียนมีพื้นฐานในการเขียนแล้ว อาจให้เขียนคำศัพท์ ที่กำหนดให้ทั้งพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่พร้อมทั้งฝึกพูดคำตามคำศัพท์นั้น
  6. หากผู้เรียนมีพื้นฐานมากกว่า ข้อ 4,5 ให้เขียนเป็นประโยค ฝึกเขียนและฝึกอ่าน (มีประโยคให้ในตอนท้ายของแต่ละหน้า)
  7. หากผู้เรียนทำตามข้อ 6 ได้คล่องแล้ว ให้ผู้เรียนฝึกเขียนประโยคใหม่ โดยใช้คำศัพท์ใหม่แต่ยึดโครงสร้างประโยคตัวอย่าง
  8. ท้ายแบบฝึกนี้มีคำศัพท์ใช้ในการทบทวน ตัวอักษร คำศัพท์ และประโยค
  9. แบบฝึกเขียนนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์หากเป็นประโยชน์ส่งต่อได้ หากพบข้อผิดพลาด หรือสิ่งที่ควรปรับปรุงโปรดแจ้งแอดมินเพจ “ฅนฮู่ดอทคอม” จักขอบพระคุณอย่างยิ่ง

หมายเหตุ : เหมาะสำหรับนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและประถมศึกษา 1-3

ดาวน์โหลดแบบฝึกเขียนภาษาอังกฤษ

  1. แบบฝึกเขียนภาษาอังกฤษ ปก  คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลด
  2. แบบฝึกเขียนภาษาอังกฤษ   คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : ซอมเบิ่ง (คุณครูผู้สอนวิชาภาอังกฤษ)

 

1 Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*